ถ้าพรีเมียร์ลีกเป็นโมฆะ

ถ้าพรีเมียร์ลีกเป็นโมฆะ

ถ้าพรีเมียร์ลีกเป็นโมฆะ

ถ้าพรีเมียร์ลีกเป็นโมฆะ ถึงแม้นจะเสียหลักพุ่งชนความปราชัยในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมแรกเป็นที่เรียบร้อยจนอดทำสถิติไร้พ่ายอย่างน่าเสียดายยิ่งนัก แต่เอาจริงๆ มันก็เป็นเพียงความพ่ายแพ้แค่นัดหนึ่งเท่านั้น ว่าแล้วขอยืนยันหนักแน่นอีกครั้งว่าไม่มีสิ่งใดในโลกาที่จะมาหยุดยั้งการเป็นแชมป์ของ ลิ

ยกเว้นอะไรที่ผิดธรรมชาติ ยกตัวอย่าง

สงครามโลก ครั้งที่ 3

เชื้อโควิด-19 ไวรัสถล่มโลก

ดาวหางพุ่งชนโลก

ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อนมีข่าวใหญ่ระดับ “เบรคกิ้ง นิวส์” ที่สร้างความตูมตามในโลกโซเชี่ยล โดยแทบทุกสำนักข่าวในอังกฤษพร้อมใจกันรายการว่าในกรณีที่เชื่อโรคระบาดเข้าสู่เมืองหลวงลูกหนังอย่างรุนแรงจนยากแก่การควบคุม

บางทีรัฐบาลอังกฤษอาจต้องสั่งยกเลิกการแข่งขัน และประกาศให้ฤดูกาลนี้เป็นโมฆะ

นี่แหละครับทางเดียวที่จะหยุดความอหังการของเครื่องจักรสีแดงในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ

แต่นี่คือการคาดการณ์ถึงสิ่งที่อาจบังเกิดขึ้นในกรณีที่สถานการณ์มันย่ำแย่และเลวร้ายสุดๆ เท่านั้นนะครับ

ความจริงคงไม่ถึงขั้นนั้นดอก

ผมเชื่อว่าเดี๋ยวสถานการณ์มันก็จะค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีเองนั่นแหละ อย่าไปตื่นตูมกับมันให้มากนัก เพียงแค่ระมัดระวังตัวเองเอาไว้แบบไม่ประมาทก็พอ

ถึงอย่างไร ลิเวอร์พูล ก็คือแชมป์พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20 อย่างแน่นอน

ต่อไปเป็นเรื่องสมมุตินะครับ

ย้ำอีกครั้งว่า…สมมุติ

เข้าใจตรงกันนะครับว่า “สมมุติ”

สมมุติว่าถ้ามีการยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบกลางคัน โดยตัดจบตั้งแต่ตอนนี้เลย

ถามว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษ และพรีเมียร์ลีกสามารถยกแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษประจำฤดูกาลนี้ให้ ลิเวอร์พูล ได้หรือเปล่า ???

อืมมมมมม…นะ

เหตุการณ์แข่งไม่จบฤดูกาลเคยเกิดขึ้นศึกในไทยลีกมาแล้ว เมื่อ 2016 นะครับ ณ ขณะนั้น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นำเป็นจ่าฝูง โดยทิ้งห่างทีมตามประมาณ 6-7 แต้มเท่านั้น ไม่ได้ขาดลอยระดับ 10 แต้มขึ้นด้วยซ้ำ

ว่าแล้วทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ประกาศยกเลิกการแข่งขันในเกมที่เหลืออยู่อีกประมาณ 4-5 นัด พลางยกแชมป์ให้ทีมกิเลนผยอง

ส่วนทีมตกชั้นก็ยึดตามอันดับในตารางล่าสุดก่อนประกาศยกเลิกนั่นแหละ

แล้ว เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ได้ชื่อว่าเป็นแชมป์ไทยลีกในปีนั้นอยู่ในทำเนียบแชมป์ และได้รับถ้วยรางวัลย้อนหลังเหมือนเป็นแชมป์ตามปกติทุกประการ

พรีเมียร์ลีกสามารถทำแบบนั้นได้หรือเปล่า คือยกแชมป์ในฤดูกาลนี้ให้ ลิเวอร์พูล ไปเลย ในเมื่อตอนนี้ พวกเขาก็ทิ้งห่างทีมตามอย่าง แมนฯ ซิตี้ แบบไม่เห็นฝุ่นอยู่ถึง 22 แต้ม โดยขอชัยชนะอีกแค่ 4 นัดก็จะคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการ ซึ่งต่อให้แพ้อีก 4-5 นัดก็ไม่น่าจะพลาดอยู่ดีนั่นแหละ

เข้าใจว่าการยกแชมป์ให้ ลิเวอร์พูล คงไม่มีใครขัดข้อง แม้แต่ แกรี่ เนวิลล์ ผู้มีสโลแกนประจำตัวว่า “I hates Scousers” เพราะมันชัดเจนอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีทางพลาด และเพราะมันเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง-เพียงแค่แข่งไม่ครบ 38 นัดเท่านั้นเอง

เรื่อง ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์คงไม่มีใครข้องใจ นอกจากพวกริษยาจนสปีริตบกพร่อง

สมมุติว่าตัดจบตอนนี้เลย แล้วยึดตำแหน่งตามอันดับในตารางล่าสุด

ลิเวอร์พูล คือแชมป์พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์ และเชลซี คือทีมที่อยู่ในอันดับ 2, 3 และ 4 ของตาราง ได้สิทธิ์ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า

อันดับ 5-6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ วูล์ฟส์ ก็จะได้ไปเล่น ยูโรปา ลีก โดยอาจบวกอันดับ 7 ที่คงได้ไปแทนที่แชมป์ เอฟเอ คัพ ซึ่งแข่งไม่จบเช่นกัน

สำหรับ 3 ทีมที่โดนถีบตกชั้นประกอบด้วย บอร์นมัธ (18), แอสตัน วิลล่า (19) และนอริช (20)

ปัญหาคือมันคงจะไม่จบแค่นี้น่ะสิ

ลิเวอร์พูล เหมาะสมกับตำแหน่งแชมป์จริงๆ อันนี้ไม่มีใครเถียงแน่นอน

หรือถ้ามีใครกล้าก็บอกมาได้เลยนะครับ ผมอยากจะขอแสดงความนับถือในความกล้าของคุณ

ทว่าอันดับอื่นๆ ในตารางล่ะ ยกตัวอย่างการทำอันดับให้ติด “ท็อปโฟร์” เพื่อไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่การแย่งชิงอันดับ 4 ในตอนนี้มีอย่างน้อยถึง 5 ทีมที่อยู่ในข่าย ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, วูล์ฟส์, สเปอร์ส และเชฟฯ ยูไนเต็ด ซึ่งแต้มห่างกันไม่มาก

แล้วไหนจะทีมตกชั้นอีก

เพราะขนาดทีมอันดับบ๊วยในตอนนี้อย่าง นอริช ก็ยังมีสิทธิ์รอดตายทั้งในภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ

เช่นเดียวกับทีมอันดับที่ 18 และ 19 ที่โอกาสดิ้นรนเอาตัวรอดของพวกเขายังคงเปิดกว้าง

พูดง่ายๆ ว่าการยึดอันดับปัจจุบันมันยุติธรรมสำหรับ ลิเวอร์พูล เพียงทีมเดียว แต่ไม่ยุติธรรมสำหรับทีมอื่นๆ อีกมากมาย

หมายความว่าคงไม่มีใครยอมแน่

เห็นไหมครับว่าถ้าตัดจบแล้วยึดอันดับล่าสุด มันจะสร้างความวุ่นวายขายปลาช่อนมากขนาดไหน

เพราะฉะนั้นมันถึงต้องให้กลายเป็นโมฆะทั้งหมดแบบสลายติ๋มไปเลย แล้วมาเริ่มใหม่ในฤดูกาลหน้า

จริงๆ ไอ้ข่าวที่ออกมาเนี่ย หากอ่านให้ละเอียดถี่ถ้วน คุณก็จะพบว่ามันเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ของบรรดาสื่อในเมืองหลวงลูกหนังที่ต้องการสร้างกระแสเท่านั้นเอง เด็กหงส์ทุกหมู่เหล่าไม่จำเป็นต้องไปประสาทแดกส์กับข่าวแบบนี้เสียด้วยซ้ำ

แถมยังมีทางออกอื่นๆ อีกมากมายในกรณีที่เชื้อร้ายระบาดหนัก

เช่นเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน หรือแข่งแบบปิด – ไม่อนุญาตให้มีผู้ชมในสนาม

พรีเมียร์ลีก 2019-20 จะถูกประกาศเป็น “โมฆะ” ก็ต่อเมื่อสถานการณ์มันเลวร้ายสุดๆ คนกว่าค่อนโลกติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้คลั่ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็คงไม่มีใครสนใจเรื่องฟุตบอลแล้วล่ะครับคุณ 555

คิดถึงเรื่องไวรัสล้างโลกอะไรนั่นแล้วก็เกิดอาการอยากกระโดดเตะหน้าคนขึ้นมาแบบคราม cunt โดยเฉพาะไอ้พวกเห็นแก่ตัว และไม่มีจิตสาธารณะ

ต้นเหตุของโรคก็เกิดจากความอุตริของใครบางคนที่เป็นต้นเหตุเพียงคนเดียว ด้วยทะลึ่งอยากเปิปวิตถาร ทั้งที่อาหารในโลกนี้มีให้เลือกแดกมากมาย โดยไม่เว้นแม้แต่ “ฝาบ้าน” มึงเสือกอยากแดก “แปะซะค้างคาว” ซะอย่างนั้น

ว่าแล้วก็อย่าซีเรียสกันนะครับ แม้สถานการณ์มันจะค่อนข้างตึงเครียดก็ตาม

เพราะหากวิธีเดียวที่สามารถหยุดยั้งการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ของ ลิเวอร์พูล แต่มันหมายถึงการสร้างความเดือดร้อนและวุ่นวายให้แก่โลกเน่าๆ ของเราซะขนาดนั้น

ในฐานะเด็กผีที่ติดเชื้อ “บ้าบอล” มาในยุคเรืองอำนาจของหงส์แดง ผมเห็น ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษจนชินมาก่อน ผมยอมครับ ผมยอมเห็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซอยตีนยิกๆๆๆ ก่อนชูโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีก ผมยอมเห็นขบวนรถแห่แชมป์ที่ยิ่งใหญ่ดีกว่าเห็นคนตายด้วยไอ้เชื้อไวรัสคลั่งอะไรนั่น

อย่างน้อยการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ ลิเวอร์พูล คงไม่ทำให้ใครตาย…ใช่ไหมครับ

เต็มที่ก็แค่หนีไปอยู่อู่ฮั่นเท่านั้นเอง อิอิอิ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.siamsport.co.th

ติดตามข่าวสารกีฬา : https://www.nodepositcasino109.com