สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

ช่วงฤดูใบไม้ผลิของซีซั่นแรกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าตัวได้หาเวลาบินไปเจอ “เจ้านาย” ถึงอาบูดาบี ตามคำเชิญชวน ถึงแม้จะเป็นซีซั่นที่ถือว่าพวกเขาล้มเหลว แต่ก็ยังมีบางประโยคที่ทั้งปลอบใจและปลุกเร้าคราเดียวกันจากท่านชีค มันซูร์

    “ผมเอาคุณมาไม่ได้เพื่อแค่วันนี้หรือปีนี้ เราต้องการคุณทำงานให้พวกเราไปนานๆ คุณไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณ เรามีให้คุณเต็มที่ เราปรารถนาว่าคุณจะเนรมิตสิ่งที่พวกเราต้องการได้”

สิ่งหนึ่งค่ำคืนยุโรปที่เอติฮัด พลันที่ดนตรีตอนนักเตะเดินลงสนามบรรเลง ก็มักได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากเจ้าถิ่นเนืองๆว่า “ฟัค ยูฟ่า ฟัค ยูฟ่า”

ใช่ พวกเขาไม่เคยให้ความเคารพองค์กรลูกหนังที่ใหญ่สุดของทวีปอยู่แล้ว เหตุผลมาจากพวกเขาไม่พอใจที่ยูฟ่าเคยลงโทษเอฟซี ปอร์โต้แค่ปรับเงิน20,000ยูโรตอนเหยียดสีผิว มาริโอ บาโลเตลลี่ ในเกม ยูโรปา ลีกซีซั่น 2011/12

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

ข่าวใหญ่ที่มีการประกาศออกมาช่วงค่ำของคืนวันศุกร์ ก็เอาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์ต้องสะดุ้ง พวกเขาไม่ได้คิดว่ามันเซอร์ไพรส์ ว่ากันว่ามีการเตรียมใจไว้อยู่แล้วเพียงแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ยูฟ่าประกาศลงโทษแบนพวกเขาห้ามเข้าร่วมเวทียุโรปสองปี มีผลทันทีจากฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป

มาอธิบายกันก่อนว่าสโมสรเจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกสองสมัยติดทำผิดอะไร?

เริ่มจากกฎ ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ (FFP) ซึ่งบังคับให้พวกเขาขาดทุนได้แค่ 30 ล้านยูโรจากรอบสามซีซั่นหลังสุด นอกจากนี้ อีกประเด็นที่สำคัญก็โดนแฉจากการไปค้นพบอีเมลว่าเงินสปอนเซอร์ 67.5 ล้านปอนด์ที่บอกว่ามาจาก “Etihad Airways” นั้นได้โดยตรงจากกลุ่มเจ้าของ 59.5 ล้านปอนด์ มีแค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้นที่มาจากทางสายการบิน

ถูกต้อง งานเลยเข้าพวกเขา

ทางบอร์ดเรือใบก็ได้ออกแถลงการณ์ทันที พอ ยูฟ่า ประกาศออกมา (ก็เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว) ซึ่งพวกเขาก็คงยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองโดยจะขอสู้ถึงที่สุด เรื่องนี้คงต้องไปถึง CAS (Court of Arbitration for Sport)หรือศาลกีฬาแน่ ต้องบอกว่าศาลนี้ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับยูฟ่าดังนั้นผลการตัดสินก็จะยุติธรรมที่สุด

คำถามก็คือ แล้วทำไมเปแอสเชของฝรั่งเศสที่ก็ถลุงเงินหนักเหมือนกันถึงไม่โดนบ้าง??  ลำพังเอาเนย์มาร์กับ คิเลี่ยน เอ็มบั๊บเป้ มาก็เท่าไรแล้ว

มีคนเมาท์ว่า “ก็นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานสโมสรปารีสนั่งเก้าอี้บอร์ดยูฟ่าอยู่…”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องมาคิดต่อถึงผลกระทบที่ตามมาจากการที่ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งถือเป็นสโมสรแถวหน้าไม่ใช่แค่ในอังกฤษแต่ของโลกยุคนี้ด้วยโดนลงโทษจะมีอะไรบ้าง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

ล่าสุดทางพรีเมียร์ลีกก็อยากออกแอคชั่นบ้าง พอเห็น ยูฟ่า ทำ มีกระแสว่าพรีเมียร์ลีกอาจจะลงโทษตัดคะแนนทีมของเป๊ปในซีซั่นนี้เลยทันที เพื่อเป็นการ “เชือดไก่ให้ลิงดู”

ต่อมาที่หลายคนก็ให้ความสนใจก็เป็นว่า ถ้าการลงโทษเกิดจริง หมายถึง แมนฯ ซิตี้ อุทธรณ์ล้มเหลว โควต้าก็จะตกมาอยู่กับทีมที่จบอันดับ 5 ทันที กระนั้น ที่น่าสนใจเช่นกันเป็นแล้วเมื่อไรผลการตัดสินสุดท้ายถึงออกมา??

เรื่องนี้ขอให้อย่ากังวลเลย ไม่ใช่ว่า เชฟฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, เอฟเวอร์ตัน หรือ อาร์เซนอล ที่เริ่มมีความหวังขึ้นมาเรื่องการได้ “ตั๋วพิเศษ” ไปโลดแล่นถ้วยใหญ่ของยุโรป แต่อย่าลืมว่าทาง ซิตี้ เองก็ต้องการรักษาผลประโยชน์ตัวเองเช่นกัน

ปีที่แล้ว มีการเปิดเผยรายได้ที่พวกเขาได้จากการไป แชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ที่ 77.5 ล้านปอนด์…

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

นี่จึงเป็นแหล่งขุดทองที่พวกเขาต้องรักษาไว้ และต้องพยายามทุกทางเพื่อมั่นใจว่า “CAS” จะต้องตัดสินชูมือว่า พวกเขาชนะคดีความนี้

เข้าใจว่า ซิตี้ จะยื่นในช่อง “ด่วนพิเศษ” เพื่อให้ผลออกมาก่อนที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าจะเตะกันช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ดังนั้นถึงตอนนั้น เราก็คงทราบแล้วว่าพวกเขาหรือทีมจบอันดับ 5 ใครจะได้ไป

กระนั้น ที่น่าห่วงพอๆ กัน หรือมากกว่าด้วยซ้ำ เป็นอนาคตของเป๊ปกับนักเตะสตาร์ในทีมว่า พวกเขาจะแฮปปี้อยู่กับสโมสรที่อาจไม่ได้ไปโชว์ในรายการที่ยุคนี้ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งของเกมฟุตบอลงั้นหรือ

สัญญาที่เป๊ปเหลืออยู่มีถึงซัมเมอร์ 2021 แต่ในนั้นมีการระบุว่าเขาสามารถออกได้กลางคัน ก็จินตนาการดู โค้ชอย่างเป๊ปจะได้นั่งเหงาๆ ดูทีวีอยู่บ้านช่วงกลางสัปดาห์ ในขณะที่คนอื่นๆ ได้คุมทีมลงเตะรายการยุโรป?

มันจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ

เจ้าตัวเองเคยยืนกรานว่า ยังมีความสุขในการใช้ชีวิตที่แมนเชสเตอร์ หลังเกมที่เสมอพาเลซ 2-2 เขาก็ปฎิเสธข่าวที่ยูเวนตุสของอิตาลีสนใจ “ผมเหลือสัญญาถึงกลางปีหน้า ผมขอพูดอีกครั้ง”

นี่จะเป็นบททดสอบเป๊ปแท้จริงว่า เขารักษาวาจาที่เคยลั่นเอาไว้ไหม

ต่อมาก็ผู้เล่นอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แบร์นาโด ซิลวา จนถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ อีกล่ะ พวกนี้ต่อให้ไม่ได้อยากย้าย แต่ก็ต้องโดนพวกเอเยนต์เข้ามาเกลี่ยกล่อมอีกทั้งมีบทบาทในการชักนำอยู่ดี

สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนฯ ซิตี้

เหนืออื่นใด ซีซั่นที่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของพวกเขา ในลีกโดนลิเวอร์พูลทิ้งขาดกระจุยตั้งแต่เดือนแห่งความรัก พวกเขาจำเป็นต้องปฎิรูปทีมใหม่ มีบางตำแหน่งต้องทุ่มเพื่อเอานักเตะเกรดเอมาเสริม แต่พอเกิดคดีนี้ขึ้นมา ต่อให้อุทธรณ์ผ่านก็ตาม ได้ไปเตะ แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็แปลว่าพวกเขาย่อมไม่สามารถออกลูกเศรษฐีมือเติบได้เหมือนเก่า

สัปดาห์ก่อนพายุก้อนใหญ่ถล่มเกาะ ฝนตกหนัก เกมพรีเมียร์ลีกที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม กับ เวสต์แฮม ต้องยกเลิกไป ดูเหมือนว่าหนนี้พวกเขาจะเจอมรสุมลูกที่ใหญ่กว่าหลายเท่านัก

พวกเขาอาจชนะพอขึ้นศาลแต่พวกเขาก็คงต้องมีวิธีการบริหารที่รัดกุมขึ้น ทางแก้ก็อาจให้โอกาสเยาวชนมากขึ้น ซึ่งมองจากตรงนี้ ผลดีย่อมผายมือให้บรรดาสโมสรที่เป็นคู่แข่ง

    สิ่งที่เกิดขึ้นกับสโมสรตราเรือใบตรงกับภาษิตจีนที่ได้กล่าวไว้ “น้ำพยุงเรือได้ แต่น้ำก็ล่มเรือได้เช่นกัน”…

 “ไก่ป่า”

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.nodepositcasino109.com